ชอยส์ ของอาร์แซน เวนเกอร์

Fun88/>

อาร์แซน เวนเกอร์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทุกๆคนในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ก่อนหน้านี้
"เซอร์ไพรส์" ในที่นี้ไม่่ได้หมายความว่า "ชัยชนะ" ทวงคืนอันดับ 6 จบสถิติชั่วร้ายแพ้นอกบ้านไว้ที่ 4 ครั้งติดต่อกัน ในเมื่อเทียบประสิทธิภาพมาตรฐานแล้ว "ไม่ชนะ" ถึงเชิญช็อกยิ่งกว่า!
สิ่่งนายใหญ่ชาวประเทศฝรั่งเศสเรียกเสียงฮือฮานั้นเป็นกลยุทธ์เล่นในสนามต่างหาก
เวนเกอร์ จัดตั้งระบบ 3-4-3 โดยวาง ร็อบ โฮลดิ้ง, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ แล้วก็ กาเบรียล เปาลิสต้า เล่นเซนเตอร์แบ็กร่วมกันเพื่อสกัดพลังเกมรุกของ…เอ่อ ทีมอันดับรองบ๊วย
กราบขวาวาง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อีกฟากเป็น นาโช่ มอนเรอัล ตรงกลาง อารอน แรมซี่ย์ จับคู่ กรานิต ชาติดอยู่ โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ แล้วก็ เมซุต โอซิล ผนึกกำลังช่วยเหลือ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
บวกกับได้ ปีเตอร์ เช็ก ฟิตคืนเฝ้าเสา เท่ากับว่า เวนเกอร์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 6 รายจากแมตช์โดนคริสตัล พาเลซ บอมบ์ 3 ตุงเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว
ชโคดราน มุสตาฟี่ เป็นเดียวที่หายไปเนื่องจากอาการเจ็บ นอกเหนือจากนี้เข้าข่ายดร็อปตามแท็กติกทั้งในราย เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ, เอ็กโคนร์ เบเยรีน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, ธีโอ วัลค็อตต์ แล้วก็ แดนนี่ เวลเบ็ค
เอาเข้าจริงนี่ไม่ใช่ทีแรกที่คุณลุงเลือดน้ำหอมจัดทีมปืนใหญ่ในแผนหลังสาม–เคยมีมาแล้วจากเกมเยี่ยมดารืบี้ เคาน์ตี้ ช่วงท้ายซีซั่น 1996-97
อนึ่ง ในเกมดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เวนเกอร์ ใช้ โทนี่ อดัมส์, สตีฟ โบลด์ แล้วก็ มาร์ติน คีโอว์น ลงเล่นด้วยกัน โดยกัปตันผู้ถักดีโดนใบแดงตั้งแต่นาที 13 แต่ว่ายังบุกชนะด้วยสกอร์ 3-1
เวนเกอร์ อธิบายแถลงไขเกี่ยวกับแผนปรับหลังสามในรอบ 2 ทศวรรษว่าเพื่อต่อกรเกมบอลไดเร็กต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
"ใช่ นี่เป็นทีแรกในรอบ 20 ปี นั่นมันชี้ให้เห็นว่าขนาดในวัยอย่างผมก็ยังสามารถเปลี่ยนได้"
"ผมเกิดความรู้สึกว่าควรจะเพิ่มเสถียรภาพให้มากยิ่งขึ้นในการเล่นบอลยาว พวกเราพบเกมไดเร็กต์ แล้วก็ถูกลงโทษกันมาแล้ว"
"มันอาจทำให้คู่ต่อสู้ได้บอลมากยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมเกมกับคริสตัล พาเลซ พวกเราครอบครองบอลตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์แล้วยังแพ้เลย"
อย่างไรก็แล้วแต่ โทษฐานที่เป็นครั้งแรก สามผสานข้างหลังบ้านปืนมองมีปัญหาในการปรับจูนเข้าระบบ ปล่อยให้แนวรุกโบโร่ป่วนปั่นสร้างอันตรายพอเหมาะในตอนครึ่งเวลาแรก
แต่นั่นล่ะ…นี่เป็นมิดเดิ้ลสโบรช์ ทีมรองบ๊วยที่พกแนวรุก "ห่วย" ที่สุดในลีก
เตะไป 32 นัดหมายพึ่งยิงได้แค่ 23 น้อยกว่า โรเมลู ลุกากู (24) ผู้เดียวซะอีก!
นับเฉพาะในรังริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ยิ่งหนัก พึ่งส่องตาข่ายเพียง 12 เม็ดก่อนลงสู่สนามต่อกรกองทัพกันเนอร์ส–มิต้องสงสัยเลยว่าน้อยกว่าทุกสมาชิกร่วมเวทีพรีเมียร์ลีก!
ก็ขนาดครอบครองเกมดูดีกว่ายังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รูปเกม 45 นาทีแรกเลยออกมาแบบน่าเบื่อจนถึงผู้มาเยือนจากนอร์ท ลอนดอน มาได้สกอร์ขึ้นนำเอาซนๆ
จุดเกิดเหตุมาจากจังหวะฟาวล์หน้าเขตโทษโดยไม่จำเป็นที่ อดัม เคลย์ตัน ดับเครื่องชน กรานิต ชาติดอยู่ แล้ว อเล็กซิส ซานเชซ ก็จัดแจงปั่นโค้งตุงตาข่ายงดงาม
หมดสิทธิ์คุ้มครองป้องกันสำหรับ กางรด กูซาน…ถึงแม้ว่าจะมือหนึ่งอย่าง บิกโคนร์ บัลเดส ไม่เจ็บลงเล่นได้ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน

ผู้รับผิดชอบควรเป็น "กำแพง" ยืนนิ่งไม่ยินยอมกระโดดกดดัน อีกทั้งยังกลุ่มกันไม่เรียบร้อย ขืนโดนปัดหรือชนเสา-คานเด้งออกมาก็คงจะมิแคล้วพบซ้ำฤษีองเข้าไปได้อยู่ดี
กระนั้นการขาดประสบการณ์ความเข้าอกรู้เรื่องกันในระบบใหม่ได้มีผลในช่วงต้นช่วงหลังเมื่อโดนตีเสมอโดยจำเป็นต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งวิงแบ็ก แล้วก็เซนเตอร์
ชอตดัตระหนี่กล่าว สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ทะลุขึ้นมาทางขวาจากบอลสวนกลับก่อนครอสโค้งเข้าในให้ อัลบาโร่ เนเกรโด้ แหย่เท้าชาร์จตุงตูดตาข่าย
เป็นประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของหอกตัวยืมจากบาเลนเซีย แล้วก็มิจำเป็นต้องสืบเลย…เนเกรโด้ คนนี้นี่แหละเป็นตัวท็อปสกอร์ของทีมราชสีห์แดง
หลังสกอร์กลับมาเท่ากัน เกมก็เปิดแลกกันมากยิ่งขึ้นจนถึง โอซิล ตะบันในเขตโทษทิ่มมุมเสาแรกก่อนประคองตัวเป็นประตูชัยในตอนปลาย
ลำแข้งราชสีห์แดงมีลุ้นเสมอได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนท้ายเกมที่ อดาม่า ตราโอเร่ ผู้เล่นสำรองทรงผมขัดใจแม่ ทะลุมาดีถึงเขตโทษก่อนจังหวะสุดท้ายงุ่มง่ามๆกระทั่งโดนสกัดเสียโอกาสทองไปเอง
แม้เปลี่ยนเป็นนักเตะคนอื่นๆ หรือทีมอื่นที่เฉียบขาดกว่านี้ มีหวังน้ำตาตกในอีกแน่ๆ!
เลยยิ่งไม่ประหลาดใจเหตุใด โบโร่ถึงอาการโคม่ารอคอยวันถอดเครื่องช่วยหายใจอย่างนี้
พวกเขาเป็นสมาพันธ์เดียวในบอลอาชีพผู้ดีที่ยังไม่ชนะเกมลีกในปฏิทินปี 2017
ฟอร์มการเล่นดูกระเตื้องขึ้นมาบ้างนับตั้งแต่แต่ง สตีฟ แอ็กนิว รับช่วงต่อ ไอโคนร์ การานก้า เมื่อเดือนที่ผ่านมา…ไม่นับผลสกอร์กระดาน เกมต่อกรปืนใหญ่นับเป็นทรงบอลที่ดูดีที่สุดแล้วหลังจากนั้นก็ว่าได้
แต่สุดท้ายได้เท่านั้นก็ไม่ช่วยอะไร สิ่งจำเป็นที่สุดเป็นชัยชนะเพื่อขยับพื้นที่หนีโซนอันตรายต่างหาก
ถึงจุดนี้ โบโร่มีแค่ 24 แต้มขณะเหลือเพียงแค่ 6 เกมสุดท้าย เท่ากับว่าจำเป็นต้องชนะ 5 เสมอ 1 เพื่อสะสมแต้มถึง 40 ตามมาตรฐานทีมรอดตกชั้น
แล้วไปมองโปรแกรมที่เหลืออยู่ รอคอยพบของแข็งทั้งแมนฯ ซิตี้ (เหย้า, อาทิตย์ 30 เม.ย.), เชลซี (เยี่ยม, จันทร์ 8 พฤษภาคม) แล้วก็ลิเวอร์พูล (เยี่ยม, นัดหมายรูดม่าน อาทิตย์ 21 พฤษภาคม) จะรอดมั้ยล่ะนะครับ!
สลับกันทางด้าน "กูนเนอร์ส" ได้พบบทสรุปเกมแบบถ่วงๆจากทริปเยี่ยมหนไซด์
ไม่ถึงกับสุข ไม่ถึงกับระทดในเวลาเดียวกัน
อย่างไร 3 แต้มล่้ำค่าย่อมน่าปลื้ม ช่วยสร้างเสริมความเชื่อมั่นต่อทีม รักษาความหวังแย่งอันดับท็อปโฟร์ ซึ่งเวลานี่้ตามทีมเรือใบ 7 แต้มแต่แข่งขันน้อยกว่า 1 นัดหมาย
ต่อเมื่อผลงานในสนามยังไม่อาจมอบอารมณ์อุ่นใจอะไรก็ตามไม่มีซึ่งสัญญาณที่ดีขึ้น
เอาชีวิตรอดด้วยประสิทธิภาพผู้เล่นที่ดีมากยิ่งกว่าซะมากกว่า
เกมรับถูๆไถๆไม่เสีย 3 ประตูนอกรังเป็นนัดหมายที่ 5 ติดต่อกัน แม้แต่ลงลึกมองสถิติแล้วน่ากังวลอยู่ดี
ไม่เชื่อก็จำเป็นต้องมั่นใจว่าทั้ง กอสซิแอลนี่, กาเบรียล แล้วก็ โฮลดิ้ง ต่างเข้าแท็กเกิลรวมกันเป็น "0" ตลอดตอน 60 นาทีแรกของเกมนอกจากได้ฉลองชัยกลับไปอยู่บ้านยังมีอีกประเด็นให้น่าปลื้มสำหรับชาวกูนเนอร์สจาก "ภาษากาย" ของ อเล็กซิส ซานเชซ
ตลอดฤดูที่พ้นมา สตาร์ทีมชาติชิลีแสดงท่าทางไม่สบอารมณ์ในสถานการณ์ทีมอยู่เป็นประจำ ท่ามกลางข่าวลือโยงใยจัดเตรียมหาทางล่ำลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในตอนซัมเมอร์
อย่างไรก็แล้วแต่ ท่วงท่าชอบใจหลังปั่้นฟรีคิกตุงตาข่ายได้แสดงว่า อเล็กซิส ยังพอมีใจ พกอารมณ์ร่วมกับต้นสังกัด จากการเข้าโอบกอดแตะต้องมือกับบรรดาทีมเมต
มิเท่านั้นยังยิ้มแป้นแล้นหลังจบแมตช์ พร้อมเข้าไปฉลองกับกรุ๊ปแฟนบอลทีมเยี่ยมอีกต่างหากภาษากายในครั้งนี่้้อาจไม่พอชักพาให้แฟนๆอุ่นใจเรื่องย้ายทีมได้ แต่ว่าสำหรับ เวนเกอร์ อย่างไรก็น่าปลื้มที่ผู้ร่วมทีมคนเก่่งทุ่มเทคาดคั้นฟอร์มเพื่อทีมอยู่

สุดมันส์ ลิเวอร์พูล vs ไก่

บิ๊กแมตช์อาจจะสุดสัปดาห์นี้…อาจจะไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้ความกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนครับผม…ในทางทฤษฏีเราสามารถอ้างได้ว่าสองทีมนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แม้กระนั้นในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและก็งานข่าวสาร มั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายรวมทั้งนัดหมายล่าสุดด้วย…แม้กระนั้นเชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างและก็ฟอร์มของเชลซี "หัวหน้าฝูง" ที่ยังคงเส้นคงวา ไม่เพลี่ยงพล้ำอะไรง่ายๆ
มีแม้กระนั้นสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกสัปดาห์
โอเคครับผม…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่ฉกชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามคำถามว่าใครหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงสู่สนามพวกเขาได้โอกาสตกไปอยู่ชั้น 6 เพราะเหตุว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จักจี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสู่สนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าหากว่าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งแน่ใจว่าโอกาสเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"อสุรกายแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดียิ่งกว่านั้นคือชั้นสี่ถ้าอาร์เซนอลในตอนค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อได้เสมอกัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือกว่าด้อยกว่ามากสักเท่าไรนัก ทีมขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับทีมใหญ่ ถ้าหากไม่เหนือกว่ามากสักเท่าไรนัก วางแทกตำหนิกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นเดียวกัน
จุดที่ทีมขนาดเล็กจะด้อยกว่าทีมใหญ่มีเรื่องเดียวคือ "ความคงเส้นคงวา" อันมีเหตุที่เกิดจากสมรรถนะของทีมแนวลึก ที่อาจจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้คือความต่าง แม้กระนั้นถ้าเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกตำหนิกอย่างนี้ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ได้เช่นเดียวกัน
ตัวอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนทีมเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือฟุตบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนากระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แม้กระนั้นถ้าจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับผมที่แยกระดับของทีมได้แจ่มชัด และก็เราก็มองเห็นกัน…
ครั้งนี้เมื่อทีมใหญ่มาพบกัน… หรือทีมขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่าทีมเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังประจันหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากสมัย เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับตั้งแต่ปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังแพ้ใครในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน รวมทั้งผลงานที่ชั่วร้ายที่สุดนับตั้งแต่สิ้นยุคของ รอดพบร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (เว้นเสียแต่ผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ทีแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

พบร คลอปป์กับทีมบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ทีแรก แม้กระนั้นพอ 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำหัวหน้าฝูงและก็ประพฤติตนเป็นทีมที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความมุ่งหวังให้กับแฟนหงส์และก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าจะถามคำถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่แล้วละครับ เพราะเหตุว่าเรื่องจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และก็วัตถุประสงค์เดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 ครับ

ว่ากันตามจริง…อย่างที่เรารู้กัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดคะเนและก็จัดเอาไว้อย่างนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิมในจุดนี้ และก็การลุ้นเหนื่อยยากเหมือนที่้คาดคิดกันเอาไว้เดิมที และก็ใน 14 นัดหมายที่เหลือมันคือการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะถึงที่เหมาะสี้หรือเปล่า และก็จำเป็นต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 อันดับแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในตอนขาขึ้น

ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะแก้ปัญหาเช่นไรในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของทีมไม่อาจถูกปรับแก้หรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เพราะเหตุว่าเมื่อเกมรุกลีบ ทำอะไรคู่แข่งขันมิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้ทีมแพ้ทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกตำหนิก" เกมรับของคู่แข่งขันในลีกกว่า 15 ทีมที่ไม่เปิดหน้าแลก และก็เกมรุกหงส์แดงจนปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานัปการ บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสซิง เพราะเหตุว่าไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแม้กระนั้น พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…คือมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แม้กระนั้นผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกตำหนิกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นคือพอหาทางเข้าเขตโทษมิได้ และไม่จบด้วยการยิง แล้วพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เพราะเหตุว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส ป้องกันมิได้ ก็โดนลงอาญาทันที ส่งผลให้ทีมแพ้ติดๆกันมานับตั้งแต่ปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งปัญหาและก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และก็ขอเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคสมัยใหม่เหล่านี้มักทำให้แฟนหงส์จำนวนมากเสียเชื่อ…เอะอะ จะเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน เอะอะ ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับผม…พวกคุณเอ็ง

เกมนี้ไม่ต้องติชมอะไรมากมาย…และก็เราก็ยังไม่รู้ดีว่าบอสเจเค จะแก้ปัญหาเกมรับได้ดีขนาดไหน เพราะเหตุว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงเดี๋ยวนี้ มีจุดเด่นคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่ทีมที่เน้นย้ำเกมรับ

นั่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ดำเนินงาน…แม้กระนั้นจะเห็นผลหรือไม่เพราะสภาพจิตใจเด็กหงส์เดี๋ยวนี้ห่อเหี่ยวและก็ขาดความมั่นใจไปมากมาย

ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นทีมในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาสมควรชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ และก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับทีมในกลุ่มเดียวกันนั้น…

มีปัญหาในการเอาชนะเช่นเดียวกัน

ถ้าถามคำถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหมายอะไร

บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก เพราะเหตุว่าเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ และก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เริ่ดเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลง่ายๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาข้ามเส้นทางเข้าไปหรือไม่

จุดเปราะบางมันมากมาย…

ถามคำถามว่ากี่เกมแล้วครับผมที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไร้เหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งขันแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และก็พอเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แม้กระนั้นไม่มีช่องให้เจาะ เพราะเหตุว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆดังเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เพราะเหตุว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานหนปีครั้ง จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังถูกจับทางได้ และก็แนวทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายหลากหลายไม่มีมากสักเท่าไรนัก ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นทีมที่ก็มีปัญหาไม่มีความต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ทื่อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายๆกันเพียงแค่…สเปอร์ส มีดียิ่งกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า ฐานรากนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้เกิดวิกฤติการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปทันที ไม่มีพลาดตลอดแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าเทียบกันแล้วในขณะนั้น จุดอ่อนของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมคือ "ขาดความมั่นใจ" ในทีมซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ โอกาสผิดพลาดมีสูง โอกาสแพ้มีล้นหลาม โอกาสชนะมีน้อยทันที

ด้วยเหตุนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และก็เกมรุกจะมีไอเดียมากมายขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม รวมทั้งวิธีการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อว่าทำเป็นหรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงเต็กๆซุ่มซ่ามๆกันไป

2 สเปอร์ส เองพบทีมในกลุ่มทอป 6 จำเป็นต้องสอบได้ให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับปรุงแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และก็ แพ้ได้ เสมอกันทั้งหงส์และก็ไก่ ครับผม ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เพราะเหตุว่าคู่นี้เสมอกันหมดทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

”รัช”เชื่อความสามารถสเตอร์ริดจ์พาหงส์แดงจบท็อปโฟร์ได้

เอียน รัช ตำนานดาวยิงลิเวอร์พูล เผยเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่จะสามารถนำสโมสรจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งท็อปโฟร์ได้
สเตอร์ริดจ์ ตกเป็นข่าวมากมายว่าเขาอาจต้องเก็บข้าวของย้ายสังกัด เนื่องจากฟอร์มการเล่นที่ตกลงไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาทำได้เพียง 2 ประตูในลีกเท่านั้น มีผลทำให้โค้ชของทีมอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้โอกาสเขาลงเล่นเพียง 6 เกมในฤดูกาลนี้
ในทางกลับกันเอียน รัช อดีตดาวยิงหงส์แดง ยังคงเชื่อมั่นว่า ศูนย์หน้าวัย 27 กะรัต จะสามารถเค้นฟอร์ม และเป็นส่วนสำคัญที่จะพาทีมจบฤดูกาลด้วยตำแหน่ง 4 อันดับแรกลงได้