About admin

Here are my most recent posts

สังสรรค์กับเวนเกอร์

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาหันไปถามผู้รายงานข่าวฝรั่งด้านข้างว่า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของคุณเป็นคนไหนกันแน่?

ด้วยอาการค่อนข้างจะออกนิดๆแสดงให้รู้ดีว่าแพทย์คงจะเป็นแฟนบอลมิดเดิ้ลสโบรช์ หรือไม่ก็คงจะชิงชังอาร์เซน่อลเพราะเหตุว่าส่งเสียงให้ได้ยินครั้งใดก็ตาม โบโร่ ได้บุก

"โก๊ อ๋อน, โก๊ อ๋อน (Go on, go on)"

คำตอบที่ออกจากปากแพทย์เป็น "เบน กิ๊บสัน วันนี้เล่นดีมาก กล้าแกร่งจริงๆ"

ป้อมหลังวัย 23 ทำผลงานได้เยี่ยมกับการต้องจัดการแนวรุกพระกาฬของเจ้าถิ่น

ทางนี้เลยแอบมีความคิดเห็นไปว่า "อดาม่า ตราโอเร่ ก็เล่นดีมากเช่นกันนะ"

"ใช่ๆใช่จริงๆเขาก็เล่นดีมากอีกคน"

ทั้ง เบน กิ๊บสัน รวมทั้ง อดาม่า ตราโอเร่ เป็นสองคนที่สื่อเจ้าต่างๆมอบรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ให้

อย่าง สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี ชี้นิ้วไปที่อดาม่าอดีตเด็กปั้นบาร์ซ่าเพราะเหตุว่ามีส่วนร่วมกับการบุกของกลุ่มสิงห์แดงทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมสวนกลับที่อาศัยความแข็งแรงรวมทั้งความเร็วก่อเรื่องให้ทั้ง โลร็องต์ กอสสิแอลนี่ รวมทั้ง ชวัวดราน มุสตาฟี่ ตลอดเกม

ส่วนกิ๊บสันเป็นชื่อที่น่าดึงดูดในตำแหน่งป้อมหลังตัวกลาง อายุยังไม่เยอะแยะ รวมทั้งปีนี้น่าจะเป็นปีที่ได้แสดงฝีเท้าให้เห็นจริงๆสักครั้งหลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ รวมถึงกลุ่มชาติอังกฤษชุด ยู-21

กิ๊บสัน ไม่ธรรมดา เพราะเหตุว่าคุณลุงของเขาเป็น สตีฟ กิ๊บสัน ผู้ครอบครองสมาพันธ์มิดเดิ้ลสโบรช์เองนี่แหละ

แต่ทว่าฝีเท้ารวมทั้งฟอร์มการเล่นบอกชัดว่ามาอยู่จุดนี้ได้ไพเราะเพราะพริ้งตัวเอง ไม่ใช่เด็กเส้นของคนไหนกันแน่ตรงไหน

อีกคนที่อาจถูกมองข้ามไปบ้างในเกมนี้เป็น บิคตอร์ บัลเดส

บัลเดสขึ้นชื่อเรื่องก่อข้อผิดพลาดในเกมอยู่เรื่อย แม้จะมีชอตเซฟงามๆแต่ว่าในการมาเยี่ยม เอมิเรตส์ เขาเล่นเจริญมากเซฟเยี่ยมๆออกมาตัดบอลถูกจังหวะตลอด

ทั้งสามคนเป็น นายทวาร กองหลังตัวกลาง รวมทั้ง ปีก เล่นได้เด่น โน่นบ่งบอกได้อย่างยอดเยี่ยมถึงรูปเกมของนัดหมายนี้

ก่อนมาเยี่ยมรังปืน มิดเดิ้ลสโบรช์ ของ ไอตอร์ การันก้า ผลงานแย่มาตลอดนับตั้งแต่บุกชนะ ซันเดอร์แลนด์ ในเกมเกียรติภาคอีสาน นัดหมายก่อนก็โดนวัตฟอร์ดบุกสอยคาบ้าน

จึงเกิดเรื่องที่รู้เรื่องได้โดยง่ายที่สุดว่าเพราะเหตุใดที่ปรึกษาเลือดบาสก์

มิดเดิ้ลสโบรช์มาเพื่อรับแล้วสวนกลับ อาศัยกองหน้าประสบการณ์อย่างอัลบาโร่ เนเกรโด้, กลเม็ดเด็ดพรายของ กาสตอน รามิเรซ รวมทั้งความเร็วของ อดาม่า ตราโอเร่

การแพ็กเกมรับทำเป็นแน่นมาก ลงมาเร็ว ทิ้งเพียงแค่เนเกรโด้ไว้เพียงแค่คนเดียว นักฟุตบอลอาร์เซน่อลผู้ใดเล่นช้าไม่ออกบอลในจังหวะแรกหรือจังหวะสอง เป็นอันว่าอดกิน

อเล็กสิส เอ่ย, โอสิล, วัลค็อตต์, อิโอ้อวดบี เอ่ย ได้บอลครั้งโดนรุมล้อม 3-4 คนในทันที ยากที่จะเล่นในเกมที่คู่ปรปักษ์มาเพื่อมีแต้มแบบงี้

ครอบครองบอล 75% ไม่มีประโยชน์ อย่างที่เวนเกอร์ว่าไว้ ฟุตบอลสมัยใหม่ใส่แท็กติกลงไป ครอบครองบอลเยอะแยะไม่ได้แสดงว่ามีโอกาสชนะเยอะแยะกว่า

โอกาสยิงการยิงตรงกรอบของทั้งคู่กลุ่มใกล้เคียงกันมาก แถมเซฟที่น่าหวาดเสียวเป็นทางฝั่ง ปีเตอร์ เช็ก ที่ดูเหมือนจะต้องออกแรงมากยิ่งกว่าด้วยซ้ำ

ไม่ว่าจะเป็นการหลุดไปยิงมุมแคบของอดาม่า, ลูกซ้ำของ เนเกรโด้ รวมทั้งลูกกระแทกย้ำๆของ กาสตอน รามิเรซ

ในขณะมิดเดิ้ลสโบรช์ได้แต้มน่าพึงพอใจกลับขึ้นเหนือไป อาร์เซน่อล กลับผิดหวังที่ไม่สามารถรักษาสถิติชนะรวดเอาไว้ได้

นับตั้งแต่แพ้ให้ลิเวอร์พูลในเกมเปิดฤดูต่อด้วยเสมอ เลสเตอร์ ต่อจากนั้นกลุ่มของ เวนเกอร์ ชนะรวดมา 6 ครั้งต่อๆกันแล้ว

การพบกับกลุ่มที่กำลังป้ำๆเป๋อๆปิ้งโบโร่ในบ้าน แถมยังเป็นวันเกิดของ อาร์แซน เวนเกอร์ พอดีอีก แบบงี้เล่นเพื่อฉลองได้เลย

ชายวัย 67 ปีบอกว่า "ขั้นต่ำคุณก็สามารถดื่มให้กับวันเกิดของตนเองได้ ถ้าเกิดคุณชนะ คุณเหมาะได้รับมัน, ถ้าเกิดแพ้ คุณต้องการมัน"

ผู้ครอบครองวันเกิดพูดว่า พอหลังจบเกมนี้เขานึกถึง ซานติเตียน กาซอร์ล่า กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เหลือเกิน

รายหลังนี่เจ็บมาพักใหญ่แล้ว ทำให้เวนเกอร์จินตนาการถึงการมีผู้เล่นแนวรุกที่สูงใหญ่ในกรอบโทษไว้รอเป็นเป้าในเมื่อกลุ่มครอบครองบอลได้เยอะแยะแบบงี้

ส่วนรายแรกทำให้นึกภาพออกว่า กาซอร์ล่า สำคัญต่อเกมบุกของ อาร์เซน่อลมากแค่ไหน

ดาวเตะร่างเล็กชาวประเทศสเปนเจ็บเอ็นร้อยหวายมาจากเกมผลาญ ลูโดโกเรตส์ แม้ไม่น่าต้องพักยาวแต่ว่าก็ฟิตไม่ทันเกมนี้

เวนเกอร์พูดว่า กาซอร์ล่า นั้นสำคัญต่อกลุ่มขอองเขามาก เขาระลึกถึงการผลิตสรรค์ รวมทั้งการออกบอลเร็วจากแนวลึกที่ถูกต้องของหน้าแข้งวัย 31 ปี

โมฮาเม็ด เอลเนนี่ รวมทั้ง ฟรองสิส ก็อกโกแล็ง ก็เล่นไม่น่าชิงชังอะไร แต่ว่าด้วยธรรมชาติที่ย้ำเกมรับเป็นหลักทั้งสอง แนวคิดความอ่านในแนวทางการทำเกมก็ย่อมน้อยกว่ากาซอร์ล่าเป็นธรรมดา

เมื่อบอลมาติดอยู่กันหน้าเขตโทษที่มี อเล็กสิส, โอสิลfun888เป็นหลักเลยจับทางได้ง่ายยิ่งกว่า ผิดกันถ้าเป็น กาซอร์ล่า อยู่ยังสลับกับการเปิดจากระยะไกลกว่านั้นได้

แอรอน แรมซี่ย์ เจ็บ, กาซอร์ล่า เจ็บ, กรานิต ชาก้า เริ่มชดใช้โทษแบน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เจ็บ (คงจะกลับมามีชื่อได้แล้วในเกมกับเร้ดดิ้งวันอังคารนี้)

ผู้เล่นเหล่านี้มีคุณภาพไม่เหมือนกัน แต่ว่าสามารถมอบคุณภาพที่เวนเกอร์ต้องการในบางจังหวะของเกมได้

ขนาดกลุ่มของอาร์เซน่อลถือว่ากำลังดี แต่ว่าคนไม่ใช่น้อยพูดได้ว่าคุณภาพยังไม่ถึง หรือไม่ก็ยังเด็กเกินไป เวนเกอร์ ต้องใส่ชื่อของ เจฟฟ์ แรน-อาเดแลด กับ เอนสลี่ย์ มันข้นแลนด์-ไนล์ส สองดาวรุ่งไว้บนม้านั่งสำรอง บ่งบอกที่ตรงนี้ได้

เดี๋ยวนี้ของฤดูถือว่าอาร์เซน่อลทำผลงานได้ไม่เลวเลย

สำเร็จเกมวันเสาร์พวกเขานำเป็นผู้นำฝูง แต่ว่ามันโชคร้ายตรงที่การพบกลุ่มอันดับต่ำลงยิ่งกว่าอย่างโบโร่ มันควรจะเป็น 3 แต้มไม่ใช่แต้มเดียว

การสะดุดย่อมเกิดขึ้นกับทุกทีมเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าถ้ากลุ่มที่จะประสบผลสำเร็จ ต้องพากเพียรให้มันเกิดขึ้นต่ำที่สุด

วันนี้เวนเกอร์นึกถึงการขาดหายไปของ กาซอร์ล่า รวมทั้ง ชิรูด์ สำรองไม่มีทีเด็ดพอ

ทรงของอาร์เซน่อลกำลังเดินทางมา โมเมนตัมกำลังเดินทางมา อย่าให้มันสะดุดพังทลายเพราะเหตุว่าไพ่ในมือไม่มีตัวให้ตี

เชื่อว่าแฟนปืนทุกคนไม่มีผู้ใดขัดข้องหากว่าตลาดหน้าหนาวนี้เวนเกอร์จะช็อปผู้เล่นมีเกรดอีกสักตัวสองตัวเพื่อเข้ามาเพิ่มโอกาสการประสบความสำเร็จ

ของแบบงี้เหลือดีมากยิ่งกว่าขาด

ไม่แน่ว่าจบฤดูนี้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นกับตำแหน่งผู้จัดการกลุ่ม

โอกาสที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะได้ฉลองวันเกิดที่เอมิเรตส์คราวนี้อาจเป็นครั้งสุดท้าย

ซึ่งวันเกิดปีนี้ หลังจบเกม เวนเกอร์ ต้องการไวน์สักแก้วมาบรรเทาอาการผิดหวังจากการเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียว

วันนี้ดื่มปลอบโยนได้ไม่เป็นไร แต่ว่าเวนเกอร์น่าจะรู้ดีว่าเขาต้องทำอะไรบ้างในตลาดนักฟุตบอลหน้าหนาวนี้เพื่อให้เขามีสิทธิ์ได้ดื่มฉลองเมื่อจบฤดู

ทำไมชนะเบิร์นลี่ย์ ยากกว่าอาร์เซน่อล ?

หลังบุกหักปลายกระบอกปืนได้ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เด็กหงส์สมควรถูกยกโทษโทษฐานที่ยกฐานะความฮึกเหิมโดยพลการก่อนเยี่ยมทีมสมาชิกใหม่อย่างเบิร์นลี่ย์

หลายท่านมิได้เตรียมความพร้อมเผื่อใจให้กับผลอื่น นอกไปจากสามแต้มและชัยนัดลำดับที่สองต่อเนื่องกัน

การขาด ซาดิโอ มาเน่ ที่โชว์ฟอร์มเด่นมากมายในนัดออกสตาร์ตฤดู บางทีอาจตัดทอนความวูบวาบฉับไวในแนวรุกไปบ้างตามความเหมาะสม แม้กระนั้นมันไม่ใช่ข้อแก้ตัวหากลิเวอร์พูล จะไม่อาจจะบุกชนะทีมที่พวกเขาเช็กบิลได้ตลอดการเจอกันในพรีเมียร์ลีก และที่สำคัญเป็นไม่เคยเสียประตูให้แม้แต่ลูก

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาลงสู่สนาม แม้กระนั้นหน้าที่หาใช่ศูนย์หน้าตัวเป้าอย่างที่ผู้ใดคาด พบร์เก้น คล็อปป์ ยังเชื่อใจ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ให้ปฏิบัติหน้าที่เดิม ส่วนกองหน้าชาติอังกฤษ ถูกขยับมาเล่นข้างๆแทนที่ของมาเน่

ในแผงหลัง คล็อปป์ ถอดสลักระเบิดที่พร้อมบึ้มสละชีพตัวเองได้ทุกครั้งอย่าง อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ออกไปนั่งสำรอง และส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ที่ดูเหมือนจะเล่นได้แน่ๆกว่า ลงแทนแบ็กซ้าย

ทั้งหมดเป็นแค่สองตำแหน่งที่ลิเวอร์พูล แปรไปจากครั้งแรก และด้วยความจัดจ้านรุนแรงของแนวรุกที่เพิ่งกะซวกข้างหลังบ้านอาร์เซน่อลได้ถึง 4 เม็ด ถึงแม้ว่าจะแฟนเบิร์นลี่ย์เองก็เหอะคงจะยากมั่นใจว่าทีมของพวกเขาจะยับยั้งได้อยู่

อย่างไรก็ดี นอกจากผู้บรรเลงรรมอมตะอย่างบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ เด็กหงส์ยังมีนิยามให้กับทีมตัวเองว่า ''The Most consistently inconsistent team''

ทีมที่หาความแน่ๆ เสมอต้นเสมอปลายได้ยากที่สุดในสามโลก

ดูในทางบวก ความพ่ายแพ้ตั้งแต่ตอนต้นซีซั่นต่อทีมชนชั้นระดับเบิร์นลี่ย์ ถือเป็น reality check เป็นกระจกให้คล็อป์ ส่องมองเห็นความเป็นจริงที่ยังจำเป็นต้องรีบปรับปรุงแก้ไข

เฉพาะอย่างยิ่ง ในหนึ่งฤดูที่คุณจำเป็นต้องเล่นกับทีมประมาณนี้ เล่นสไตล์นี้ บ่อยมากกว่าการพบคู่ปรับเกรดเดียวกับอาร์เซน่อล

คุณไม่อาจจะชนะทีมใหญ่ กลับเสียแต้มกลาดเกลื่อนให้ทีมขนาดเล็ก แล้วยังมีสิทธิ์มุ่งมาดถึงแชมป์ หรือแม้แต่การจบท็อปโฟร์

ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วสำหรับผม ความเสียหายจากการแพ้เบิร์นลี่ย์ มีแค่การอดได้สามแต้ม แม้กระนั้นพบร์เก้น คล็อปป์ จะได้บทเรียนที่ล้ำค่ากลับไปทบทวน (อีกรอบ)

ถามคำถามว่าการเอาชนะเบิร์นลี่ย์ เป็นงานที่ยากกว่าอาร์เซน่อล หรือยังไง ลิเวอร์พูล ถึงจนปัญญา แม้แต่ไม่อาจจะทวงประตูตีไข่แตก

เพศผู้เล่นแทบจะชุดเดียวกัน แปลงแค่สองจุดอย่างที่บอก มันไม่น่าส่งผล หรือถึงแม้ว่าจะ ซาดิโอ มาเน่ เล่นได้ มันก็ไม่มีหลักประกันว่าลิเวอร์พูล จะรอดจากความพ่ายแพ้

แม้กระนั้นตัวแปรสำคัญที่สร้างไม่เหมือนกันเป็นสไตล์ แบบอย่างกระบวนการเล่นของคู่ปรับที่แตกต่างกัน

กับอาร์เซน่อล ทุกคนเห็นภาพว่าเกมจำเป็นต้องเปิด ยิ่งเล่นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยิ่งไม่มีวันที่อาร์แซน เวนเกอร์ จะวางแผนมาตั้งรับ แม้แต่ภายหลังจาก ธีโอ วัลค็อตต์ ซัดขึ้นนำ 1-0 นักเตะเจ้าถิ่นก็ยังคงเดินหน้าไล่ล่าหาประตูลำดับที่สอง

แม้กระนั้นกับเบิร์นลี่ย์ มันเปลี่ยนเป็นเหตุการณ์ที่ผิดแผกอย่างสุดขีด ลิเวอร์พูล เสมือนวิ่งเอาหัวโขกกำแพงตลอด 80 กว่านาทีนับจากที่โดนนำเร็วตั้งแต่ตอนต้นเกม

กระบวนการทำให้ตัวเองตกอยู่ในเหตุการณ์ตามหลังเร็ว คือปัญหาสำคัญที่ลิเวอร์พูล จะต้องหลบหลีกให้ได้ในอีกหลายๆแมตช์ที่เหลือ

น่าเชื่อถือเลยว่าทีมใหญ่ระดับหัวตารางทั้งหลายแหล่ จะเน้นกฎนี้เป็นข้อแรก

โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ปรึกษาแมนฯ ยูไนเต็ด หลบหลีกความสุ่มเสี่ยงในแมตช์แรกที่ไปเยี่ยมบอร์นมัธ ต้นเกมดูน่าอึดอัด แม้กระนั้นตราบใดที่ไม่เสียประตู ชัยยังอยู่ในมือ

กระทั่ง ฆวน มาต้า มาปลดล็อกในช่วงท้ายครึ่งแรก แล้วทั้งหมดทุกอย่างก็ง่ายดาย

ทุกครั้งมรู้ว่าการมาเยี่ยมทีมอย่างเบิร์นลี่ย์ หรือบอร์นมัธ และเมื่อไรที่เสียท่าเสียประตูไปก่อน คุณกำลังหาความลำบากป้อนตัวเอง

กฎข้อแรกของการเยี่ยมทีมเกรดประมาณนี้ เป็นห้ามโดนนำโดยเด็ดขาด

ทายใจว่า พบร์เก้น คล็อปป์ ก็คงจะเพียงพอทราบ เนื่องจากว่าประสบการณ์จากฤดูก่อนก็คงจะยังตามหลอก ไม่ว่าเกมบุกแพ้วัตฟอร์ด 0-3 ภายหลังจากเสียเร็วตั้งแต่สามนาทีแรก

หรือการโดนเวสต์แฮม แออัดย้ำโกรธแค้น 2-0 โดยที่ประตูนำร่องมาด้านใน 10 นาที

คล็อปป์ บางทีอาจจะเข็ดขยาด แม้กระนั้นตัวแปรเหนือการควบคุมของเขาเป็นข้อผิดพลาดส่วนตัวแบบกล้วยๆ

จากครั้งแรกเป็น อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ที่เล่นพลาดกระทั่งทำเสียประตู และอีกจังหวะที่เสียประตู มาโอกาสนี้แม้แบ็กซ้ายชาวสเปนจะโดนดร็อป แม้กระนั้นแบ็กขวาอย่าง เนธาเนียล ไคลน์ กลับเล่นเสมือนโดนวิญญาณโมเรโน่ สิง ด้วยการเปิดบอลเข้ากึ่งกลางแล้วโดนตัด กระทั่งไปสู่ลูกยิงของแซม โอ้อวดคส์

นี่เป็นสิ่งที่ทีมใหญ่จำเป็นต้องพากเพียรหลบหลีก แม้กระนั้นบ่อย ลิเวอร์พูลมักจมอยู่ในวังวนเดิมๆของตนเอง

ต่อจากนั้น เบิร์นลี่ย์ ที่เปิดเกมด้วยการชิงเพรสส์ด้านบน บีบคั้นได้ผลกระทั่งได้ประตูนำ ก็ถอยร่นลงมารับแบบเต็มพิกัดในจุดโทษของตนเอง บีบพื้นที่ข้างหลังไม่ให้บอลตามช่องของลิเวอร์พูล ได้ดำเนินงาน

นักเตะทีมเยี่ยมได้แม้กระนั้นเคาะรับส่งบอลไปๆมาๆหน้าจุดโทษ แม้กระนั้นเรื่องจะเจาะกำแพงแบ็กโฟร์ 2 แนวแทบเป็นไปไม่ได้

ยิ่งเบิร์นลี่ย์ มาได้ลูกลำดับที่สองจากเกมสวนกลับ พอๆกับพวกเขายิ่งเล่นง่าย แผนของคล็อปป์ ที่เลือกมิลเนอร์ ลงแบ็กซ้ายแทนโมเรโน่ เปลี่ยนเป็นการประทุษร้ายตัวเอง เนื่องจากว่านาทีนั้น ลิเวอร์พูล ต้องการเกมรุกมากยิ่งกว่าห่วงเกมรับ

ด้วยความสามารถเท้าขวา บ่อยที่มิลเนอร์ จำเป็นต้องพาบอลจากซ้ายตัดเข้าในเพื่อเปิดบอล และแม้แต่ความเพียรพยายามฝ่าฝืนเปิดด้วยอีซ้าย แม้กระนั้นความสามารถก็ต่ำเตี่ยเรี่ยดิน

เบิร์นลี่ย์ ทราบจุดอ่อนนี้ของลิเวอร์พูล พวกเขาเลือกบีบแนวรับให้ยืนแคบ ปล่อยพื้นที่เปิดโล่งเตียนทางฝั่งมิลเนอร์ เนื่องจากว่ารู้ว่าอย่างไรก็ตาม นักเตะก็จำเป็นต้องเอาบอลกลับเข้ากึ่งกลางอยู่ดี

คล็อปป์ ซ้ำเติมปัญหานี้ให้หนักขึ้นด้วยการขยับสลับตัวช้าเกินความจำเป็นมากมาย กว่าจะส่ง โมเรโน่ ลงมาแทนมิลเนอร์ ก็ปาไปเมื่อเหลือเวลาเพียงแค่ 13 นาที

และนอกจากนี้ คล็อปป์ คอยถึงนาทีที่ 65 ค่อยสลับตัวคนแรก ในขณะที่ลิเวอร์พูล ไม่มีท่าทีก่อนหน้านั้นว่าจะเอาประตูได้

ดิว็อก โอริกี้ จัดเตรียมคอยลงสู่สนาม ผมมุ่งมาดมองเห็นการเปิดเกมรุกแบบเต็มเหนี่ยวด้วยหมากหน้าคู่ เพื่อบีบคั้นเซนเตอร์แบ็กของเบิร์นลี่ย์ ที่แทบจะยืนตบยุงมาทั้งเกม

แม้กระนั้นเปล่าเลย คล็อปป์ ส่งโอริกี้ ลงมาแทนสเตอร์ริดจ์ มันน่าประหลาดใจเนื่องจากว่ารูปเกมประจานอยู่ในตัวเองแล้วว่าลิเวอร์พูล มิได้แค่ต้องการแปลงผู้เล่นแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง

พวกเขาจำเป็นถึงขั้นจำเป็นต้องแปลงระบบ แปลงแนวทางเข้าทำ

ใครซักคนมีความคิดเห็นว่าหาก คริสติยอง เบนเตเก้ ยังไม่ถูกขาย อาจมีประโยชน์กับทีมในเหตุการณ์แบบนี้ แม้กระนั้นผมกลับเฉยๆ

ข้อแรกเป็นเขาจะไม่มีส่วนร่วมแม้แต่เดินทางมา

และสอง ถึงแม้ว่าจะเบนเตเก้ ยืนค้ำหัวโด่ เขาก็จะอยู่ในวงล้อมของกองหลังอย่างเบน มี กับไมเคิ่ล คีน แบบสองรุมหนึ่งมิได้กระดิก

ท้ายที่สุดเมื่อลิเวอร์พูล เจาะไม่เข้า ก็ได้แม้กระนั้นหวังลูกยิงไกลของคูตินโญ่ ที่บังเอิญว่ามันไม่ใช่วันของพ่อมดแซมบ้า

ทดลองซัดถึง 8 ครั้งจากนอกจุดโทษ แม้กระนั้นเข้ากรอบเแค่ครั้งเดียว

ส่วนแดนกึ่งกลาง โดยเฉพาะ ''เฮียติด'' จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่มีส่วนอะไรเลยกับช่องทางถึง 26 ครั้งในเกมนี้ของลิเวอร์พูล

ทีมจะต้องใช้บอลแถวสอง จากลูกยิงไกลให้เป็นประโยชน์ แม้กระนั้นมันไม่ใช่คุณสมบัติที่โดดเด่นของเฮนโด้ หรือตัวหลักก่อนหน้าเขาอย่าง ลูคัส เลว่า

คนที่ทำเป็นดียิ่งกว่า อย่างน้อย ''ใจ'' ก็กล้ายิงอย่าง เอ็มเร่ ระเบียง กลับมิได้รับช่องทาง

เป็นเกมที่ผมสงสัยหลายอย่างในการตัดสินใจของคล็อปป์

คำถามว่าชนะทีมอย่างเบิร์นลี่ย์ ยากขนาดไหน ยังไม่น่าสงสัยพอๆกับว่าเมื่อไรลิเวอร์พูล จะเอาชนะตัวเอง…

ชอยส์ ของอาร์แซน เวนเกอร์

Fun88/>

อาร์แซน เวนเกอร์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทุกๆคนในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ก่อนหน้านี้
"เซอร์ไพรส์" ในที่นี้ไม่่ได้หมายความว่า "ชัยชนะ" ทวงคืนอันดับ 6 จบสถิติชั่วร้ายแพ้นอกบ้านไว้ที่ 4 ครั้งติดต่อกัน ในเมื่อเทียบประสิทธิภาพมาตรฐานแล้ว "ไม่ชนะ" ถึงเชิญช็อกยิ่งกว่า!
สิ่่งนายใหญ่ชาวประเทศฝรั่งเศสเรียกเสียงฮือฮานั้นเป็นกลยุทธ์เล่นในสนามต่างหาก
เวนเกอร์ จัดตั้งระบบ 3-4-3 โดยวาง ร็อบ โฮลดิ้ง, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ แล้วก็ กาเบรียล เปาลิสต้า เล่นเซนเตอร์แบ็กร่วมกันเพื่อสกัดพลังเกมรุกของ…เอ่อ ทีมอันดับรองบ๊วย
กราบขวาวาง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อีกฟากเป็น นาโช่ มอนเรอัล ตรงกลาง อารอน แรมซี่ย์ จับคู่ กรานิต ชาติดอยู่ โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ แล้วก็ เมซุต โอซิล ผนึกกำลังช่วยเหลือ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
บวกกับได้ ปีเตอร์ เช็ก ฟิตคืนเฝ้าเสา เท่ากับว่า เวนเกอร์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 6 รายจากแมตช์โดนคริสตัล พาเลซ บอมบ์ 3 ตุงเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว
ชโคดราน มุสตาฟี่ เป็นเดียวที่หายไปเนื่องจากอาการเจ็บ นอกเหนือจากนี้เข้าข่ายดร็อปตามแท็กติกทั้งในราย เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ, เอ็กโคนร์ เบเยรีน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, ธีโอ วัลค็อตต์ แล้วก็ แดนนี่ เวลเบ็ค
เอาเข้าจริงนี่ไม่ใช่ทีแรกที่คุณลุงเลือดน้ำหอมจัดทีมปืนใหญ่ในแผนหลังสาม–เคยมีมาแล้วจากเกมเยี่ยมดารืบี้ เคาน์ตี้ ช่วงท้ายซีซั่น 1996-97
อนึ่ง ในเกมดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เวนเกอร์ ใช้ โทนี่ อดัมส์, สตีฟ โบลด์ แล้วก็ มาร์ติน คีโอว์น ลงเล่นด้วยกัน โดยกัปตันผู้ถักดีโดนใบแดงตั้งแต่นาที 13 แต่ว่ายังบุกชนะด้วยสกอร์ 3-1
เวนเกอร์ อธิบายแถลงไขเกี่ยวกับแผนปรับหลังสามในรอบ 2 ทศวรรษว่าเพื่อต่อกรเกมบอลไดเร็กต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
"ใช่ นี่เป็นทีแรกในรอบ 20 ปี นั่นมันชี้ให้เห็นว่าขนาดในวัยอย่างผมก็ยังสามารถเปลี่ยนได้"
"ผมเกิดความรู้สึกว่าควรจะเพิ่มเสถียรภาพให้มากยิ่งขึ้นในการเล่นบอลยาว พวกเราพบเกมไดเร็กต์ แล้วก็ถูกลงโทษกันมาแล้ว"
"มันอาจทำให้คู่ต่อสู้ได้บอลมากยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมเกมกับคริสตัล พาเลซ พวกเราครอบครองบอลตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์แล้วยังแพ้เลย"
อย่างไรก็แล้วแต่ โทษฐานที่เป็นครั้งแรก สามผสานข้างหลังบ้านปืนมองมีปัญหาในการปรับจูนเข้าระบบ ปล่อยให้แนวรุกโบโร่ป่วนปั่นสร้างอันตรายพอเหมาะในตอนครึ่งเวลาแรก
แต่นั่นล่ะ…นี่เป็นมิดเดิ้ลสโบรช์ ทีมรองบ๊วยที่พกแนวรุก "ห่วย" ที่สุดในลีก
เตะไป 32 นัดหมายพึ่งยิงได้แค่ 23 น้อยกว่า โรเมลู ลุกากู (24) ผู้เดียวซะอีก!
นับเฉพาะในรังริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ยิ่งหนัก พึ่งส่องตาข่ายเพียง 12 เม็ดก่อนลงสู่สนามต่อกรกองทัพกันเนอร์ส–มิต้องสงสัยเลยว่าน้อยกว่าทุกสมาชิกร่วมเวทีพรีเมียร์ลีก!
ก็ขนาดครอบครองเกมดูดีกว่ายังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รูปเกม 45 นาทีแรกเลยออกมาแบบน่าเบื่อจนถึงผู้มาเยือนจากนอร์ท ลอนดอน มาได้สกอร์ขึ้นนำเอาซนๆ
จุดเกิดเหตุมาจากจังหวะฟาวล์หน้าเขตโทษโดยไม่จำเป็นที่ อดัม เคลย์ตัน ดับเครื่องชน กรานิต ชาติดอยู่ แล้ว อเล็กซิส ซานเชซ ก็จัดแจงปั่นโค้งตุงตาข่ายงดงาม
หมดสิทธิ์คุ้มครองป้องกันสำหรับ กางรด กูซาน…ถึงแม้ว่าจะมือหนึ่งอย่าง บิกโคนร์ บัลเดส ไม่เจ็บลงเล่นได้ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน

ผู้รับผิดชอบควรเป็น "กำแพง" ยืนนิ่งไม่ยินยอมกระโดดกดดัน อีกทั้งยังกลุ่มกันไม่เรียบร้อย ขืนโดนปัดหรือชนเสา-คานเด้งออกมาก็คงจะมิแคล้วพบซ้ำฤษีองเข้าไปได้อยู่ดี
กระนั้นการขาดประสบการณ์ความเข้าอกรู้เรื่องกันในระบบใหม่ได้มีผลในช่วงต้นช่วงหลังเมื่อโดนตีเสมอโดยจำเป็นต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งวิงแบ็ก แล้วก็เซนเตอร์
ชอตดัตระหนี่กล่าว สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ทะลุขึ้นมาทางขวาจากบอลสวนกลับก่อนครอสโค้งเข้าในให้ อัลบาโร่ เนเกรโด้ แหย่เท้าชาร์จตุงตูดตาข่าย
เป็นประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของหอกตัวยืมจากบาเลนเซีย แล้วก็มิจำเป็นต้องสืบเลย…เนเกรโด้ คนนี้นี่แหละเป็นตัวท็อปสกอร์ของทีมราชสีห์แดง
หลังสกอร์กลับมาเท่ากัน เกมก็เปิดแลกกันมากยิ่งขึ้นจนถึง โอซิล ตะบันในเขตโทษทิ่มมุมเสาแรกก่อนประคองตัวเป็นประตูชัยในตอนปลาย
ลำแข้งราชสีห์แดงมีลุ้นเสมอได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนท้ายเกมที่ อดาม่า ตราโอเร่ ผู้เล่นสำรองทรงผมขัดใจแม่ ทะลุมาดีถึงเขตโทษก่อนจังหวะสุดท้ายงุ่มง่ามๆกระทั่งโดนสกัดเสียโอกาสทองไปเอง
แม้เปลี่ยนเป็นนักเตะคนอื่นๆ หรือทีมอื่นที่เฉียบขาดกว่านี้ มีหวังน้ำตาตกในอีกแน่ๆ!
เลยยิ่งไม่ประหลาดใจเหตุใด โบโร่ถึงอาการโคม่ารอคอยวันถอดเครื่องช่วยหายใจอย่างนี้
พวกเขาเป็นสมาพันธ์เดียวในบอลอาชีพผู้ดีที่ยังไม่ชนะเกมลีกในปฏิทินปี 2017
ฟอร์มการเล่นดูกระเตื้องขึ้นมาบ้างนับตั้งแต่แต่ง สตีฟ แอ็กนิว รับช่วงต่อ ไอโคนร์ การานก้า เมื่อเดือนที่ผ่านมา…ไม่นับผลสกอร์กระดาน เกมต่อกรปืนใหญ่นับเป็นทรงบอลที่ดูดีที่สุดแล้วหลังจากนั้นก็ว่าได้
แต่สุดท้ายได้เท่านั้นก็ไม่ช่วยอะไร สิ่งจำเป็นที่สุดเป็นชัยชนะเพื่อขยับพื้นที่หนีโซนอันตรายต่างหาก
ถึงจุดนี้ โบโร่มีแค่ 24 แต้มขณะเหลือเพียงแค่ 6 เกมสุดท้าย เท่ากับว่าจำเป็นต้องชนะ 5 เสมอ 1 เพื่อสะสมแต้มถึง 40 ตามมาตรฐานทีมรอดตกชั้น
แล้วไปมองโปรแกรมที่เหลืออยู่ รอคอยพบของแข็งทั้งแมนฯ ซิตี้ (เหย้า, อาทิตย์ 30 เม.ย.), เชลซี (เยี่ยม, จันทร์ 8 พฤษภาคม) แล้วก็ลิเวอร์พูล (เยี่ยม, นัดหมายรูดม่าน อาทิตย์ 21 พฤษภาคม) จะรอดมั้ยล่ะนะครับ!
สลับกันทางด้าน "กูนเนอร์ส" ได้พบบทสรุปเกมแบบถ่วงๆจากทริปเยี่ยมหนไซด์
ไม่ถึงกับสุข ไม่ถึงกับระทดในเวลาเดียวกัน
อย่างไร 3 แต้มล่้ำค่าย่อมน่าปลื้ม ช่วยสร้างเสริมความเชื่อมั่นต่อทีม รักษาความหวังแย่งอันดับท็อปโฟร์ ซึ่งเวลานี่้ตามทีมเรือใบ 7 แต้มแต่แข่งขันน้อยกว่า 1 นัดหมาย
ต่อเมื่อผลงานในสนามยังไม่อาจมอบอารมณ์อุ่นใจอะไรก็ตามไม่มีซึ่งสัญญาณที่ดีขึ้น
เอาชีวิตรอดด้วยประสิทธิภาพผู้เล่นที่ดีมากยิ่งกว่าซะมากกว่า
เกมรับถูๆไถๆไม่เสีย 3 ประตูนอกรังเป็นนัดหมายที่ 5 ติดต่อกัน แม้แต่ลงลึกมองสถิติแล้วน่ากังวลอยู่ดี
ไม่เชื่อก็จำเป็นต้องมั่นใจว่าทั้ง กอสซิแอลนี่, กาเบรียล แล้วก็ โฮลดิ้ง ต่างเข้าแท็กเกิลรวมกันเป็น "0" ตลอดตอน 60 นาทีแรกของเกมนอกจากได้ฉลองชัยกลับไปอยู่บ้านยังมีอีกประเด็นให้น่าปลื้มสำหรับชาวกูนเนอร์สจาก "ภาษากาย" ของ อเล็กซิส ซานเชซ
ตลอดฤดูที่พ้นมา สตาร์ทีมชาติชิลีแสดงท่าทางไม่สบอารมณ์ในสถานการณ์ทีมอยู่เป็นประจำ ท่ามกลางข่าวลือโยงใยจัดเตรียมหาทางล่ำลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในตอนซัมเมอร์
อย่างไรก็แล้วแต่ ท่วงท่าชอบใจหลังปั่้นฟรีคิกตุงตาข่ายได้แสดงว่า อเล็กซิส ยังพอมีใจ พกอารมณ์ร่วมกับต้นสังกัด จากการเข้าโอบกอดแตะต้องมือกับบรรดาทีมเมต
มิเท่านั้นยังยิ้มแป้นแล้นหลังจบแมตช์ พร้อมเข้าไปฉลองกับกรุ๊ปแฟนบอลทีมเยี่ยมอีกต่างหากภาษากายในครั้งนี่้้อาจไม่พอชักพาให้แฟนๆอุ่นใจเรื่องย้ายทีมได้ แต่ว่าสำหรับ เวนเกอร์ อย่างไรก็น่าปลื้มที่ผู้ร่วมทีมคนเก่่งทุ่มเทคาดคั้นฟอร์มเพื่อทีมอยู่

ศึกยากที่ถิ่นโอลดแทฟฟอร์ด

หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือยอมรับว่ามันเป็นความบกพร่องของเขาที่ไม่อาจจะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมรุกได้ในนัดหมายแพ้โมนาโก ตอนที่ โชเซ มูรินโญ รับรองปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรสังกัดสองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูอย่างกับว่าสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งตัว ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองผู้ฝึกสอนที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คคราวหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่อาจจะยกระดับตัวเองให้ก้าวไปยังกลุ่มที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้วัตถุประสงค์ของพวกเขาเด่นชัดยิ่งนัก กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ในช่วงเวลานี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เพราะว่ากลุ่มบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากจำนวน…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าโศกเศร้าใจรวมทั้งท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กลุ่ม
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมมิได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย เพียงแค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้มองเห็น คลอดสะเปะสะปะ แดนกลางสู้คนพลังชายหนุ่มโมนาโกมิได้
เป๊ป ถูกตั้งคำถามว่าสกอร์ที่ดีกว่า 2 ลูกเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ คนเดียวที่เป็นตัวตัดเกม ในที่สุดมันเกิดขึ้นตรงนั้นเป็นแดนกลางแพ้ราบคาบแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องเอ๋ยถึง คือปัญหาใหญ่ของกลุ่มในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแม้กระนั้นพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ ทว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดเห็นว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนเห็นว่ามีแม้กระนั้นจะโดนเพิ่มถ้าหากออกมาทรงนี้ ความเชื่อมั่นมันก็สวนทางกัน…สิตี้ จำต้องกลับมาพีคสุดๆไม่งั้นโดนกระหน่ำเหลว
เกมมองดีขึ้นแม้กระนั้นกว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 นั่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาสิช ได้เซฟ ก่อนที่ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าว่ากันตามตรงครึ่งแรกเกมดีขึ้นแปลกตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แม้กระนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้โอกาสสิ้นเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก รวมทั้งจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่มิได้ช่วยคุ้มครองปกป้องอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดจากผลรวม 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
ประเด็นเป็นเกมรุกยังเพียงพอวางใจได้ว่าดี แม้กระนั้นเพียงพอเกมรับซึ่งยังไม่ปรับแก้รวมทั้งพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯสิตี้ ล้มเหลว รวมทั้งเมื่อมองภาพรวมๆรุกพอใช้ได้ แดนกลางถ้าอย่างนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นกลุ่มที่คล้ายกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในกลุ่มไป
รับห่วยแตก รุกพอใช้ได้ อย่างงี้โอกาสไปถึงเป้าหมายมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเรามองเห็นเป็นราวนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แม้กระนั้นลุ้นแชมป์อาจจะยาก เพราะว่าความสมดุลของกลุ่มไม่มี มันขาดหัวใจหลักในกลุ่มไป เหมือนกันกับกลุ่มที่รับดี…แม้กระนั้นรุกไม่ได้โอกาสไปถึงเป้าหมายลดลง
เป๊ป ยอมรับหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่อาจจะทำให้ผู้ร่วมทีมเล่นแบบดุดัน กระด้าง รวมทั้งมีเกมรุกที่ดีเพียงพอในการชนะโมนาโก เขายอมรับผิด ไม่โทษนักฟุตบอล แม้กระนั้นมั่นใจว่าในใจคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงหลังในตอนนั้นอยากฟูลหามใหม่เพื่อมาเพิ่มเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอคอยฟ หรือจนถึงเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากมาย แม้จะติดกลุ่มชาติอาร์เจนตำหนิน่าก็ตาม

แผงหลังนี่ยกแผง …จอห์น สโตน เองก็จำต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าหากมุ่งหวังให้เขาคุมหลังคนเดียวในช่วงเวลานี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีปัญหาในการเล่นเกมชั้นสูง ตอนที่แดนกลางขาดตัวตัดเกมคุณภาพไป
แนวรุกนับว่าพอไปได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังได้โอกาสปรับนิสัยเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ตอนที่ สิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วเหนื่อย…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในกระบวนการทำกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะการก้าวไปได้แชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯสิตี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้หนักแน่น
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเฉยๆไม่ฮือฮาเหมือนตอนซัมเมอร์ ที่มีหวังมากมายหลังการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมกลุ่ม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดฟุตบอลยูโรปา ลีก รวมทั้งเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ โฆษกรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องบีบีซี นานัปการประเด็นที่สำคัญสุดเขาบอกว่า "พวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมมากสำหรับประโยคนี้ รวมทั้งมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรต่อให้มากมาย
"ผมมีความรู้สึกว่าพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะพากเพียร, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของกลุ่มยักษ์ใหญ่ รวมทั้งสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่จริงๆตอนนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันไม่เหมือนกับ 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้เด่นชัดในหัวข้อนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งหวังชั้นสูงรวมทั้งจำต้องพากเพียรกระทำตัวแบบจมให้ลง เพราะว่ามันจะอยู่ในข่ายกลายเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกอย่างนั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังจากได้แชมป์ลีกคราวสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาปฏิบัติงานกับสมาคมที่น่าเสียใจ"อันนี้ว่าคนไหนกันนะ…ทดลองอ่านกันมอง เอาหลักๆเป็นเขากล่าวว่า "ถ้าหากเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ รวมทั้ง แดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนเพราะว่า ดิ มาเรีย มาในตอนที่กลุ่มตกลงไปจากเดิม ตอนที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความรู้สึกยินดีมากมายนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่ทว่าเชิงแทกตำหนิกแล้วการขาย เวลเบค รวมทั้ง ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ชอบใจ รวมทั้งเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมกลุ่มเรอัล มาดริด รวมทั้ง ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับกลุ่ม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้าหาก มูรินโญ อยู่กับกลุ่มเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมกลุ่มรวมทั้งใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าหากเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมกลุ่ม ซึ่งพวกเราเองสามารถทายใจได้ไม่ยากเพราะว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งรวมทั้งการจัดกลุ่มลงเล่นทุกสัปดาห์เพียงพอจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทรวมทั้งมืออาชีพมากพอที่จะไม่เอ่ยถึงรวมทั้งมันไม่ควรเอ๋ยถึง แม้กระนั้นผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็ทายใจได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีรวมทั้งแฟนบอลทั่วไปจำต้องชอบใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสมาคมที่มีความยิ่งใหญ่มาก ไม่ควรต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อยั่วยวนใจนักฟุตบอลมาร่วมกลุ่ม"
เขาเอ๋ยถึง…อิบราฮิโมวิช ควรจะอยู่กับ กรุงปารีส, ป๊อกบา ควรจะอยู่กับยูเวนเหม็นตุส รวมทั้ง มคิทาร์ยาน ควรจะอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปถ้าหากนักฟุตบอลนึกถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆถ้าหากนักฟุตบอลตกลงใจไม่ย้ายมาเพราะว่ากลุ่มมิได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่มิได้นักฟุตบอลอย่างงี้มาร่วมกลุ่ม
เอาง่ายๆว่า นักฟุตบอลจะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อจำกัดเดียวเป็นเพราะว่านี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่กลุ่มที่จำต้องไปเล่นชปล. หรือได้โอกาสไปเล่น
จริงครับ…การพูดอย่างงี้ไม่ใช่เอาใจหรือเพียงแค่ให้เกียรติ แม้กระนั้นมันเป็นหลักการทำงานของ มูรินโญ รวมทั้งผมมั่นใจว่าผู้ฝึกสอนทุกคนจำต้องมีแนวทางอย่างงี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจจะไม่ต้องการที่จะอยากนักฟุตบอลที่มาเล่นกับกลุ่มเพื่อ "เงิน" , เกียรติยศ หรืออะไรนักฟุตบอลจะมาเล่นกับกลุ่มนี้เพื่อ "สมาคมที่นี้"
มันยังไม่หมดสมัยหรอก…เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วกลุ่มที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลก็จะใช้เงินซื้อนักฟุตบอลตลอดเวลา ไม่อาจจะดึงนักฟุตบอลที่มีความรู้ความเข้าใจรวมทั้งมีจิตใจต้องการไปถึงเป้าหมายกับกลุ่มมาร่วมกลุ่มได้ ปัญหาของสองกลุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ตอนที่ เป๊ป บอกว่าไม่อาจจะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมตามที่เขาอยากได้ รวมทั้งกลุ่มอาจจะต้องมีความเคลื่อนไหวในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียง มูรินโญ มีหลักการทำงานของเขาที่รับรองอย่างชัดเจนแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากนักฟุตบอลที่มีใจต้องการมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะว่านี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

สุดมันส์ ลิเวอร์พูล vs ไก่

บิ๊กแมตช์อาจจะสุดสัปดาห์นี้…อาจจะไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้ความกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนครับผม…ในทางทฤษฏีเราสามารถอ้างได้ว่าสองทีมนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แม้กระนั้นในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและก็งานข่าวสาร มั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายรวมทั้งนัดหมายล่าสุดด้วย…แม้กระนั้นเชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างและก็ฟอร์มของเชลซี "หัวหน้าฝูง" ที่ยังคงเส้นคงวา ไม่เพลี่ยงพล้ำอะไรง่ายๆ
มีแม้กระนั้นสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกสัปดาห์
โอเคครับผม…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่ฉกชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามคำถามว่าใครหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงสู่สนามพวกเขาได้โอกาสตกไปอยู่ชั้น 6 เพราะเหตุว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จักจี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสู่สนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าหากว่าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งแน่ใจว่าโอกาสเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"อสุรกายแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดียิ่งกว่านั้นคือชั้นสี่ถ้าอาร์เซนอลในตอนค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อได้เสมอกัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือกว่าด้อยกว่ามากสักเท่าไรนัก ทีมขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับทีมใหญ่ ถ้าหากไม่เหนือกว่ามากสักเท่าไรนัก วางแทกตำหนิกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นเดียวกัน
จุดที่ทีมขนาดเล็กจะด้อยกว่าทีมใหญ่มีเรื่องเดียวคือ "ความคงเส้นคงวา" อันมีเหตุที่เกิดจากสมรรถนะของทีมแนวลึก ที่อาจจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้คือความต่าง แม้กระนั้นถ้าเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกตำหนิกอย่างนี้ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ได้เช่นเดียวกัน
ตัวอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนทีมเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือฟุตบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนากระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แม้กระนั้นถ้าจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับผมที่แยกระดับของทีมได้แจ่มชัด และก็เราก็มองเห็นกัน…
ครั้งนี้เมื่อทีมใหญ่มาพบกัน… หรือทีมขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่าทีมเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังประจันหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากสมัย เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับตั้งแต่ปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังแพ้ใครในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน รวมทั้งผลงานที่ชั่วร้ายที่สุดนับตั้งแต่สิ้นยุคของ รอดพบร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (เว้นเสียแต่ผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ทีแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

พบร คลอปป์กับทีมบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ทีแรก แม้กระนั้นพอ 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำหัวหน้าฝูงและก็ประพฤติตนเป็นทีมที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความมุ่งหวังให้กับแฟนหงส์และก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าจะถามคำถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่แล้วละครับ เพราะเหตุว่าเรื่องจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และก็วัตถุประสงค์เดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 ครับ

ว่ากันตามจริง…อย่างที่เรารู้กัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดคะเนและก็จัดเอาไว้อย่างนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิมในจุดนี้ และก็การลุ้นเหนื่อยยากเหมือนที่้คาดคิดกันเอาไว้เดิมที และก็ใน 14 นัดหมายที่เหลือมันคือการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะถึงที่เหมาะสี้หรือเปล่า และก็จำเป็นต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 อันดับแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในตอนขาขึ้น

ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะแก้ปัญหาเช่นไรในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของทีมไม่อาจถูกปรับแก้หรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เพราะเหตุว่าเมื่อเกมรุกลีบ ทำอะไรคู่แข่งขันมิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้ทีมแพ้ทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกตำหนิก" เกมรับของคู่แข่งขันในลีกกว่า 15 ทีมที่ไม่เปิดหน้าแลก และก็เกมรุกหงส์แดงจนปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานัปการ บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสซิง เพราะเหตุว่าไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแม้กระนั้น พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…คือมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แม้กระนั้นผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกตำหนิกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นคือพอหาทางเข้าเขตโทษมิได้ และไม่จบด้วยการยิง แล้วพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เพราะเหตุว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส ป้องกันมิได้ ก็โดนลงอาญาทันที ส่งผลให้ทีมแพ้ติดๆกันมานับตั้งแต่ปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งปัญหาและก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และก็ขอเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคสมัยใหม่เหล่านี้มักทำให้แฟนหงส์จำนวนมากเสียเชื่อ…เอะอะ จะเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน เอะอะ ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับผม…พวกคุณเอ็ง

เกมนี้ไม่ต้องติชมอะไรมากมาย…และก็เราก็ยังไม่รู้ดีว่าบอสเจเค จะแก้ปัญหาเกมรับได้ดีขนาดไหน เพราะเหตุว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงเดี๋ยวนี้ มีจุดเด่นคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่ทีมที่เน้นย้ำเกมรับ

นั่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ดำเนินงาน…แม้กระนั้นจะเห็นผลหรือไม่เพราะสภาพจิตใจเด็กหงส์เดี๋ยวนี้ห่อเหี่ยวและก็ขาดความมั่นใจไปมากมาย

ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นทีมในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาสมควรชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ และก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับทีมในกลุ่มเดียวกันนั้น…

มีปัญหาในการเอาชนะเช่นเดียวกัน

ถ้าถามคำถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหมายอะไร

บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก เพราะเหตุว่าเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ และก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เริ่ดเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลง่ายๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาข้ามเส้นทางเข้าไปหรือไม่

จุดเปราะบางมันมากมาย…

ถามคำถามว่ากี่เกมแล้วครับผมที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไร้เหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งขันแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และก็พอเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แม้กระนั้นไม่มีช่องให้เจาะ เพราะเหตุว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆดังเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เพราะเหตุว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานหนปีครั้ง จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังถูกจับทางได้ และก็แนวทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายหลากหลายไม่มีมากสักเท่าไรนัก ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นทีมที่ก็มีปัญหาไม่มีความต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ทื่อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายๆกันเพียงแค่…สเปอร์ส มีดียิ่งกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า ฐานรากนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้เกิดวิกฤติการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปทันที ไม่มีพลาดตลอดแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าเทียบกันแล้วในขณะนั้น จุดอ่อนของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมคือ "ขาดความมั่นใจ" ในทีมซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ โอกาสผิดพลาดมีสูง โอกาสแพ้มีล้นหลาม โอกาสชนะมีน้อยทันที

ด้วยเหตุนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และก็เกมรุกจะมีไอเดียมากมายขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม รวมทั้งวิธีการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อว่าทำเป็นหรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงเต็กๆซุ่มซ่ามๆกันไป

2 สเปอร์ส เองพบทีมในกลุ่มทอป 6 จำเป็นต้องสอบได้ให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับปรุงแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และก็ แพ้ได้ เสมอกันทั้งหงส์และก็ไก่ ครับผม ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เพราะเหตุว่าคู่นี้เสมอกันหมดทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

ลุ้นต่อไปไก่

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มเร่าร้อนในปี 2017 จริงๆ
ความมีชัยต่อวัตฟอร์ด ล่าสุด 4-0 ตอนหัวค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างลดลงเหลือ4 ปลดปล่อยให้เชลซีกดดันเล็กน้อยเวลากลางดึก เมื่อจำต้องเยือนบอร์นมัธ
ความมีชัยล่าสุดคือแต้มที่ 32 จากความมีชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 ตั้งแต่แมื่อม.ค.เป็นต้นมารวมทั้งตารางอันดับของพวกเขาคือผู้นำฝูงในช่วงนี้…ว่ากันแบบนั้นได้คำถามคือว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับผมเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีความหวังอยู่…แม้กระนั้นในสนามบอลเมื่อมองดูไปยังเชลซี นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาเกือบจะไม่พลาดในการเก็บความมีชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่แพ้เลยครับผมหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยซ้ำผลงานของพวกเขาโดยมากคือชนะ เกมล่าสุดก็ด้วยเหมือนกันนี่คือเกมลำดับที่สามภายหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส ค้างบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้กระนั้นจุดหนึ่งที่เชลซีพอเพียงมีปัญหาให้พวกเราเห็นคือระยะหลังเสียประตูบ่อยมากครับ
อันนี้จำต้องมองว่า 7 นัดท้ายที่สุด อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับกลุ่มเช่นไรเพื่อให้ลดการเสียประตู และลดแรงกดดันของกลุ่มลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือรวมทั้งเป็น title to loseทุกๆอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งมวล โดยเหตุนี้ทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีบทบาทชนะไปเรื่อยเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลื้มใจคือผลงานของกลุ่มที่เกิดขึ้นขณะที่กลุ่มชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บรวมทั้งฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนถึงกองหน้า มันดีเลิศ
คู่ฟูลแบกเกมล่าสุดเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กึ่งกลางเป็น เอริก ถางเออร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรอง รวมทั้งตอนที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มสม่ำเสมอ
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ล่าสุด 11 นัดติดต่อกันแล้วที่ชนะ เคยทำได้ดีเยี่ยมที่สุด 14 นัดเมื่อปี 1987 ในสมัยของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการกลุ่ม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำต้องนึกออกเป็นอย่างดี เพราะเหตุว่าสเปอร์สคือกลุ่มที่มีทั้งผจก. รวมทั้งนักฟุตบอลตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงคู่กับ เหม็นเบื่อ รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้ากลุ่มชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลเบลเยี่ยมในกลุ่มคนใดกันแน่นึกออกบ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวพ่อของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในกลุ่มสเปอร์ส เพียงแค่ขาดแค่แชมป์ลีกเพียงแค่นั้น เพราะเหตุว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนก็เลยตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลรวมทั้งเชลซี ในตอนนี้….มันสมควรถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไรจะถึงเวลาทองคำของสเปอร์ส ซะครั้ง
ในสมัยของ เมาริซิโอ โปเชตตำหนิโนแฟนสเปอร์ส พอเพียงจะมีความต้องการถึงแชมป์ได้ครับผม มันไม่ใช่เรื่องไกลเกินความจำเป็น ปีที่แล้ว พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะมหัศจรรย์ ของลีกไปครองด้วยเหมือนกันครับผม…การพัฒนากลุ่มไก่กระทงของ พอเพียงช มันมีความก้าวหน้า
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันก้าวหน้า ขาดแค่บางนัด บางเกม ที่จำต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็ก มันมีแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด จนทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งปีนี้ ทิ้งช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แม้กระนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเลิกล้มความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดล่าสุด โปเชตตำหนิโน จัดกลุ่มตามแทกตำหนิก รวมทั้ง "แนวความคิด" ของเขากระจ่างแจ้งเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์มคู่ต่อสู้อย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นย้ำรับมั่นใจๆไม่เสียประตูมาสองเกมติดต่อกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี อาจไม่มีแผนสำหรับการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
โดยเหตุนี้ วินเซนต์ แยนเซน ก็เลยจำต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่อาจยืนออกันหน้าเขตโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่ส่งเสริม แยนเซน คือ คริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี รวมทั้ง ซอน เฮือง มิน จะรอช่วยทำเกมแดนท้ายที่สุด
แยนเซน อาจจะถูกค่อนขอดว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เพราะเหตุว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วยซ้ำ แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แม้กระนั้นอาจไม่ช่วยอะไรถ้าหากไม่สามารถที่จะปรับนิสัยเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าเห็นใจ…เมื่อเขามาร่วมกลุ่มเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่เร่าร้อนอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ทำหน้าที่ค้ำ อาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่โจมตี หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้ามองจากเกมที่เกิดขึ้น เพราะเหตุว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่คงจะมีรายชื่อเป็นผู้ทำแต้ม แม้กระนั้นเขาก็พลาดไปหมด …คือไม่มีข้อแก้ตัว ศูนย์หน้า จำต้องยิงประตู จะสร้างจังหวะ หาจังหวะ ใดๆก็ตาม หรือสามารถติดต่อประสานงานกันเพื่อนๆก้าวหน้า
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แม้กระนั้นสำหรับเกมนี้เขาคือแผนของ โปเชตตำหนิโน รวมทั้งเขาได้โอกาสนั้น เขาจำต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แม้กระนั้นเขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน อาจจะทิ้งจังหวะทองคำไป…แม้กระนั้นแนวความคิดของ พอเพียงช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกข้างหลัง แยนเซน ทำหน้าที่ได้ออกจะดี สลับหมุนวนกันวิ่งไปมาหน้าเขตโทษวัตฟอร์ต จนได้โอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีสวยงามอย่างมาก
รับบอลจาก ซอน เฮือง มิน หน้าเขตโทษ แล้วปั่นโค้งทิ่มสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นรวมทั้งสเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนจะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเออร์ รวมทั้งปิดด้วย ซอน เฮือง มิน นอกเขตโทษอีก
แผนของ พอเพียงช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนชิดเส้น 18 หลา แดนกึ่งกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้โอกาสเล่นกับบอลเยอะมาก
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เพราะเหตุว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น โดยเหตุนี้ประตูจากนอกเขตโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกรับรองแผนการณ์ของ โปเชตตำหนิโน หมดแล้ว ลูก 4 รวมทั้งการลงในสนามของ แฮร์รี เคน คือของแถมฟรีว่าสมรรถนะของสเปอร์ส ตอนนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีตัวแทน เปลี่ยนแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือส่งผลกระทบต่อเกมการเล่น โชคร้ายแค่ว่า…พวกเขาชอบหลุดในช่วงเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้ามองจากผลงานตั้งแต่ขั้นแรกของซีซั่น 6-7 นัดแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แม้กระนั้นผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 รวมทั้งมีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม โน่นคือใกล้เชลซีที่สุดจนถึงตอนหัวค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแม้กระนั้นภายหลังจากเชลซีบุกเฉือนบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มเหมือนเดิม

ถ้าจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับผม ผมว่าลุ้นแบบนั้นยากเกินรวมทั้งมหัศจรรย์เกินความจำเป็นถ้าหากเชลซีจะแพ้คนใดกันแน่ 3 นัดใน 7 นัดท้ายที่สุด เอาแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายดายกว่ารวมทั้งมีทางเป็นไปได้
ผลเสมอสามนัดอาจง่อนแง่นต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่ๆ เพราะเหตุว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แม้กระนั้นช่วงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่รู้เรื่องแหละตอนไหน สเปอร์สจำต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไร ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากยิ่งกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายกว่า รวมทั้งจังหวะจะเปิดกว้างกว่านี้ แม้กระนั้นเมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแม้กระนั้นยังคงมีความหวังอยู่ครับ มิได้ไกลซะทีเดียว อย่างน้อยพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ทำหน้าที่ของตัวเองคือชนะในเกมต่อไป อย่างน้อยที่สุดในสมัยของ เมาริซิโอ โปเชตตำหนิโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ ซิสเตอร์ได้มากยิ่งกว่าแฟนปืนแชมป์หรือไม่อีกหนึ่งเรื่อง…แม้กระนั้นณ จุดนี้มันคือความก้าวหน้าครับผม
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมกลุ่มจริงแม้กระนั้นไม่ทุ่มทุนบ้าเลือดเสมือนกลุ่มใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่พอดี โค้ชก็คนหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มเติมการบรรลุเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม จากแนวทางที่เดินมาถูกแล้ว
ตอนต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บความมีชัยสม่ำเสมอ ทำให้การลุ้นแชมป์ก็เลยขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดท้ายที่สุด ก็จำต้องลุ้นต่อไปครับผม

11 นัดสุดท้าย

เสียงตวาดแฟนบอลเชลซีดังลั่นสนามโอลิมปิก ''เรากำลังจะคว้าชัยชนะลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นพ้องและยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือเป้าหมาย"

พูดแบบนี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละขอรับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าทำไมกลุ่มจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก ด้วยเหตุว่าพวกเขามีกลุ่มตัดแต้มขั้นต่ำปีละ10 นัด

เพื่อนพ้องๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับที่ถือว่าไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกที จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันเป็นงานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของกลุ่มในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง นอกจากเจอศึกชานเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี เป็นกลุ่มที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เยอะที่สุด 118 ครั้ง สูงที่สุดในบรรดากลุ่มร่วมมหานครใหญ่ มากกว่าอาร์เซนอล 1 นัด รวมทั้งนี่บางทีอาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาทำงาน

จัดการเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

เวสต์หมูแฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส ครั้งก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ตอนนี้กลุ่มลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มแล้วก็เชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งทิศตะวันออก เวสต์หมูแฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนภาคเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะบอกว่าเป็นคล้ายๆรังสิต อาจคิดภาพออกนะครับ

โดยเหตุนี้ 8 นัดใน 4 กลุ่มที่จะต้องเจอคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งมวล 15 แต้มจากความมีชัย 5 แพ้ 2 เป็นแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่แพ้สองกลุ่มนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ เท่ากับไม่ได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์หมูแฮม ไปกลับ เหลือเกมท้ายที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับแต้มครั้ง

สิงห์โตน้ำเงินแค่สะดุด

ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้โดยทันที สถานะการณ์ขณะนี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งเสมอกันเป็นทีมสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าชิงตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งพร้อมกันคืนวันพุธ …เป็นถ้าเกิดสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะก่อให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯซิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แต่เมื่อโปรแกรมออกมาอย่างนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล รวมทั้งแมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงสู่สนามนัดหมายนี้ก็มีแรงกดดัน ความเคร่งเครียดกันบ้าง ภายหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน มันราวกับมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะอย่างนี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจพบทีมใหญ่อย่างแมนฯซิตี้ แต่เอาเข้าจริงๆจุดบอดของซิตี้ เพียบเลย รวมทั้งเชลซี ก็ไม่จำต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม คอยตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายกว่า
ถ้าย้อนไปดูผลงานในเกมที่แพ้พาเลส คงจะโทษคนไหนไม่ได้เว้นเสียแต่เกมรับของตนที่ เสียสมาธิรวมทั้งคลอดลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากจนเกินไป
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างนี้มันมีเกิดขึ้นแน่นอนปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ ต้องปรับก่อนจัดการกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯซิตี้เป็น…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนประเดี๋ยวจะบีบคั้นตัวเองเปล่าๆเกมที่เจอกับพาเลส มันเป็นแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่รู้เนื้อรู้สึกตัว
ฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ จำเป็นที่จะต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เพราะว่าจะว่าไปเกมรับเชลซียังไงก็ยังดูเหนียวกว่าแมนฯซิตี้ มากมาย ฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ น่าจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาตำหนิชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมกันสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจจำเป็นที่จะต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกันกับ เปโดร รวมทั้ง เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับตัวผู้เล่นในดินแดนกลางเท่านั้น ผมทายใจหัวใจ คอนเต้ ว่าน่าจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เพราะว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาตำหนิช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างนี้ ฟาเบรกาส มีประโยชน์ เพราะว่ายังไง แมนฯซิตี้ ไม้่มีโอกาสรวมทั้งทีมเป๊ป คงจะต้องเล่นเกมรุกเข้าหา หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าเกิดถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ แม้กระทั่งบุกเข้าหายิ่งเข้าทางโต้กลับเชลซีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนไหนลงสู่สนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีน่าจะวิ่งลงสู่สนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นหามขวา เกมนี้ดินแดนกลางอาจจำเป็นที่จะต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ขณะนี้สลากกินแบ่งในเกมรุกจะไปออกที่คนไหนต้องนั่งดู
ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม รวมทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าเหมือนเดิม ถ้าเกิดให้ทายใจหัวใจ เป๊ป น่าจะพัก ซิลบา เพราะว่าตำแหน่งอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เนื่องจากเกมนี้ต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกลางนั้นเองครับ
จัดแบบไหน…แนวความคิดของ เป๊ป คงจะเฝ้าบ้านไม่ได้ละครับ ต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เพราะว่าพวกเขาอยากความมีชัยมากยิ่งกว่า อยากยิงประตู ถ้าเกิดมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่าคอย
เป๊ป น่าจะเน้นย้ำเกมพาสซิง เข้าหาบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ฉะนั้นจุดนี้ก็เลยเป็นการฉกชิงพื้นที่ดินแดนกลางว่าคนไหนจะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กลางรุกของซิตี้ คือ เดอ บรอยน์ รวมทั้งจะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จำเป็นที่จะต้องเจอกับ อาซาร์ ให้ปวดหัวเล่น งานนี้สู้กันดุเด็ดเผ็ดร้อน รวมทั้งเกมมีแนวโน้มจะออกมารุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัยถ้าเกิดเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี น่าจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีมากกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯซิตี้ ไม่สามารถเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะจัดการกับ คอสต้า รวมทั้ง อาซาร์ ได้อยู่ โน่นแล้วก็ เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา เร็วทันใจ จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้น่าจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯซิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งสองฝั่ง แต่เกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันไม่ได้ แต่เกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ รวมทั้งรัดกุมกว่า เรือใบ นี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อดูมายังเกมรับของตนที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
ยืนยันว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่นอนครับ แล้วถ้าเกิดซะก่อน ผมเชื่อว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายล่าสุดอีกแล้ว โน่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่คราวนี้ถ้าเกิดเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดเป็น เป๊ป จะก่อให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมมากที่สุดได้ยังไง คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเพิ่มเมื่อรุก ดูผลงานในลีกแล้วต้องสารภาพว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า ฉะนั้น เป๊ป ต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อจัดการกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งหมด

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมรู้สึกว่าคงจะไม่มีโชคชะตา หรือการตัดสินบกพร่องอะไรมามีผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกตำหนิกของผู้ฝึกสอนสองฝั่ง รวมทั้งผมคิดว่า คอนเต้ ต้องจักจี้จุดบอดแมนฯซิตี้ เป็นทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง รวมทั้งตอกย้ำซ้ำเติมความหละหลวมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่นอนแล้วเป็นทีมในกรุ๊ปทอปที่เสียประตูมาก…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เพียงเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังสะเพร่าขนาดนี้ แม้กระทั่งพื่้นที่ ชปล. อาจจะวืดได้

 

ช่างปั้น”โด้”ป้องผลงานตัวเองหลังเจอแซวเพียบ

คนปั้นรูปโด้ที่สนามบินออกมาปกป้องผลงานตัวเองหลังเจอกระแสรุมแซวจากทั่วทุกสารทิศ

เอมานูเอล ซานโตส คนปั้นรูป คริสเตียโน โรนัลโด้ ออกมาปกป้องผลงานของตัวเอง หลังแฟนบอลมากมายพร้อมใจกันแซวรูปปั้นของเทพแข้งราชันย์ ชุดขาว
 

โรนัลโด้ได้รับเกียรติจากบ้านเกิดเปลี่ยนชื่อสนามบินบนเกาะมาเดย์ราเป็น"คริสเตียโน โรนัลโด้ แอร์พอร์ต" โดยเจ้าตัวเพิ่งเดินทางมาร่วมงานเปิดตัวชื่อใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี หลายคนกลับล้อรูปปั้นของแนวรุกราชันย์ ชุดขาวที่สนามบิน หลังมองว่ามันไม่ค่อยเหมือนตัวจริงของนักเตะ ทำเอาเจ้าของผลงานที่ใช้เวลาสร้างรูปปั้นนี้ 3 สัปดาห์ ต้องรีบออกมาเคลียร์ชัดในประเด็นนี้

"โรนัลโด้แค่ขอให้เปลี่ยนรอยตีนกาตอนที่เขากำลังหัวเราะเท่านั้น"W88ซานโตส กล่าวผ่าน Globo
"เขาบอกว่ามันทำให้เขาดูแก่ขึ้น เขาขอให้ช่วยลดรอยตีนกาให้บางลงเพื่อให้ดูร่าเริงขึ้น แต่พวกเขา(โรนัลโด้กับพี่ชาย)ยังให้งานชิ้นนี้ตั้งโชว์ต่อไป"

"มันขึ้นอยู่กับรสนิยมนะ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น สิ่งสำคัญคือผลสะท้อนที่งานชิ้นนี้สร้างขึ้น"

"มันมีความแตกต่างเกิดขึ้นเสมอ ผมเตรียมพร้อมรับมือสำหรับเรื่องนี้แล้ว"

ยูเวนตุสเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี

ม้าลายเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก น้ากี้ ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เหี่ยว นายใหญ่ของอาร์เซนอลที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ซิเมโอเน่ ซิเมโอเน่ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ