ชอยส์ ของอาร์แซน เวนเกอร์

Fun88/>

อาร์แซน เวนเกอร์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทุกๆคนในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ก่อนหน้านี้
"เซอร์ไพรส์" ในที่นี้ไม่่ได้หมายความว่า "ชัยชนะ" ทวงคืนอันดับ 6 จบสถิติชั่วร้ายแพ้นอกบ้านไว้ที่ 4 ครั้งติดต่อกัน ในเมื่อเทียบประสิทธิภาพมาตรฐานแล้ว "ไม่ชนะ" ถึงเชิญช็อกยิ่งกว่า!
สิ่่งนายใหญ่ชาวประเทศฝรั่งเศสเรียกเสียงฮือฮานั้นเป็นกลยุทธ์เล่นในสนามต่างหาก
เวนเกอร์ จัดตั้งระบบ 3-4-3 โดยวาง ร็อบ โฮลดิ้ง, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ แล้วก็ กาเบรียล เปาลิสต้า เล่นเซนเตอร์แบ็กร่วมกันเพื่อสกัดพลังเกมรุกของ…เอ่อ ทีมอันดับรองบ๊วย
กราบขวาวาง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อีกฟากเป็น นาโช่ มอนเรอัล ตรงกลาง อารอน แรมซี่ย์ จับคู่ กรานิต ชาติดอยู่ โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ แล้วก็ เมซุต โอซิล ผนึกกำลังช่วยเหลือ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
บวกกับได้ ปีเตอร์ เช็ก ฟิตคืนเฝ้าเสา เท่ากับว่า เวนเกอร์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 6 รายจากแมตช์โดนคริสตัล พาเลซ บอมบ์ 3 ตุงเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว
ชโคดราน มุสตาฟี่ เป็นเดียวที่หายไปเนื่องจากอาการเจ็บ นอกเหนือจากนี้เข้าข่ายดร็อปตามแท็กติกทั้งในราย เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ, เอ็กโคนร์ เบเยรีน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, ธีโอ วัลค็อตต์ แล้วก็ แดนนี่ เวลเบ็ค
เอาเข้าจริงนี่ไม่ใช่ทีแรกที่คุณลุงเลือดน้ำหอมจัดทีมปืนใหญ่ในแผนหลังสาม–เคยมีมาแล้วจากเกมเยี่ยมดารืบี้ เคาน์ตี้ ช่วงท้ายซีซั่น 1996-97
อนึ่ง ในเกมดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เวนเกอร์ ใช้ โทนี่ อดัมส์, สตีฟ โบลด์ แล้วก็ มาร์ติน คีโอว์น ลงเล่นด้วยกัน โดยกัปตันผู้ถักดีโดนใบแดงตั้งแต่นาที 13 แต่ว่ายังบุกชนะด้วยสกอร์ 3-1
เวนเกอร์ อธิบายแถลงไขเกี่ยวกับแผนปรับหลังสามในรอบ 2 ทศวรรษว่าเพื่อต่อกรเกมบอลไดเร็กต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
"ใช่ นี่เป็นทีแรกในรอบ 20 ปี นั่นมันชี้ให้เห็นว่าขนาดในวัยอย่างผมก็ยังสามารถเปลี่ยนได้"
"ผมเกิดความรู้สึกว่าควรจะเพิ่มเสถียรภาพให้มากยิ่งขึ้นในการเล่นบอลยาว พวกเราพบเกมไดเร็กต์ แล้วก็ถูกลงโทษกันมาแล้ว"
"มันอาจทำให้คู่ต่อสู้ได้บอลมากยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมเกมกับคริสตัล พาเลซ พวกเราครอบครองบอลตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์แล้วยังแพ้เลย"
อย่างไรก็แล้วแต่ โทษฐานที่เป็นครั้งแรก สามผสานข้างหลังบ้านปืนมองมีปัญหาในการปรับจูนเข้าระบบ ปล่อยให้แนวรุกโบโร่ป่วนปั่นสร้างอันตรายพอเหมาะในตอนครึ่งเวลาแรก
แต่นั่นล่ะ…นี่เป็นมิดเดิ้ลสโบรช์ ทีมรองบ๊วยที่พกแนวรุก "ห่วย" ที่สุดในลีก
เตะไป 32 นัดหมายพึ่งยิงได้แค่ 23 น้อยกว่า โรเมลู ลุกากู (24) ผู้เดียวซะอีก!
นับเฉพาะในรังริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ยิ่งหนัก พึ่งส่องตาข่ายเพียง 12 เม็ดก่อนลงสู่สนามต่อกรกองทัพกันเนอร์ส–มิต้องสงสัยเลยว่าน้อยกว่าทุกสมาชิกร่วมเวทีพรีเมียร์ลีก!
ก็ขนาดครอบครองเกมดูดีกว่ายังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รูปเกม 45 นาทีแรกเลยออกมาแบบน่าเบื่อจนถึงผู้มาเยือนจากนอร์ท ลอนดอน มาได้สกอร์ขึ้นนำเอาซนๆ
จุดเกิดเหตุมาจากจังหวะฟาวล์หน้าเขตโทษโดยไม่จำเป็นที่ อดัม เคลย์ตัน ดับเครื่องชน กรานิต ชาติดอยู่ แล้ว อเล็กซิส ซานเชซ ก็จัดแจงปั่นโค้งตุงตาข่ายงดงาม
หมดสิทธิ์คุ้มครองป้องกันสำหรับ กางรด กูซาน…ถึงแม้ว่าจะมือหนึ่งอย่าง บิกโคนร์ บัลเดส ไม่เจ็บลงเล่นได้ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน

ผู้รับผิดชอบควรเป็น "กำแพง" ยืนนิ่งไม่ยินยอมกระโดดกดดัน อีกทั้งยังกลุ่มกันไม่เรียบร้อย ขืนโดนปัดหรือชนเสา-คานเด้งออกมาก็คงจะมิแคล้วพบซ้ำฤษีองเข้าไปได้อยู่ดี
กระนั้นการขาดประสบการณ์ความเข้าอกรู้เรื่องกันในระบบใหม่ได้มีผลในช่วงต้นช่วงหลังเมื่อโดนตีเสมอโดยจำเป็นต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งวิงแบ็ก แล้วก็เซนเตอร์
ชอตดัตระหนี่กล่าว สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ทะลุขึ้นมาทางขวาจากบอลสวนกลับก่อนครอสโค้งเข้าในให้ อัลบาโร่ เนเกรโด้ แหย่เท้าชาร์จตุงตูดตาข่าย
เป็นประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของหอกตัวยืมจากบาเลนเซีย แล้วก็มิจำเป็นต้องสืบเลย…เนเกรโด้ คนนี้นี่แหละเป็นตัวท็อปสกอร์ของทีมราชสีห์แดง
หลังสกอร์กลับมาเท่ากัน เกมก็เปิดแลกกันมากยิ่งขึ้นจนถึง โอซิล ตะบันในเขตโทษทิ่มมุมเสาแรกก่อนประคองตัวเป็นประตูชัยในตอนปลาย
ลำแข้งราชสีห์แดงมีลุ้นเสมอได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนท้ายเกมที่ อดาม่า ตราโอเร่ ผู้เล่นสำรองทรงผมขัดใจแม่ ทะลุมาดีถึงเขตโทษก่อนจังหวะสุดท้ายงุ่มง่ามๆกระทั่งโดนสกัดเสียโอกาสทองไปเอง
แม้เปลี่ยนเป็นนักเตะคนอื่นๆ หรือทีมอื่นที่เฉียบขาดกว่านี้ มีหวังน้ำตาตกในอีกแน่ๆ!
เลยยิ่งไม่ประหลาดใจเหตุใด โบโร่ถึงอาการโคม่ารอคอยวันถอดเครื่องช่วยหายใจอย่างนี้
พวกเขาเป็นสมาพันธ์เดียวในบอลอาชีพผู้ดีที่ยังไม่ชนะเกมลีกในปฏิทินปี 2017
ฟอร์มการเล่นดูกระเตื้องขึ้นมาบ้างนับตั้งแต่แต่ง สตีฟ แอ็กนิว รับช่วงต่อ ไอโคนร์ การานก้า เมื่อเดือนที่ผ่านมา…ไม่นับผลสกอร์กระดาน เกมต่อกรปืนใหญ่นับเป็นทรงบอลที่ดูดีที่สุดแล้วหลังจากนั้นก็ว่าได้
แต่สุดท้ายได้เท่านั้นก็ไม่ช่วยอะไร สิ่งจำเป็นที่สุดเป็นชัยชนะเพื่อขยับพื้นที่หนีโซนอันตรายต่างหาก
ถึงจุดนี้ โบโร่มีแค่ 24 แต้มขณะเหลือเพียงแค่ 6 เกมสุดท้าย เท่ากับว่าจำเป็นต้องชนะ 5 เสมอ 1 เพื่อสะสมแต้มถึง 40 ตามมาตรฐานทีมรอดตกชั้น
แล้วไปมองโปรแกรมที่เหลืออยู่ รอคอยพบของแข็งทั้งแมนฯ ซิตี้ (เหย้า, อาทิตย์ 30 เม.ย.), เชลซี (เยี่ยม, จันทร์ 8 พฤษภาคม) แล้วก็ลิเวอร์พูล (เยี่ยม, นัดหมายรูดม่าน อาทิตย์ 21 พฤษภาคม) จะรอดมั้ยล่ะนะครับ!
สลับกันทางด้าน "กูนเนอร์ส" ได้พบบทสรุปเกมแบบถ่วงๆจากทริปเยี่ยมหนไซด์
ไม่ถึงกับสุข ไม่ถึงกับระทดในเวลาเดียวกัน
อย่างไร 3 แต้มล่้ำค่าย่อมน่าปลื้ม ช่วยสร้างเสริมความเชื่อมั่นต่อทีม รักษาความหวังแย่งอันดับท็อปโฟร์ ซึ่งเวลานี่้ตามทีมเรือใบ 7 แต้มแต่แข่งขันน้อยกว่า 1 นัดหมาย
ต่อเมื่อผลงานในสนามยังไม่อาจมอบอารมณ์อุ่นใจอะไรก็ตามไม่มีซึ่งสัญญาณที่ดีขึ้น
เอาชีวิตรอดด้วยประสิทธิภาพผู้เล่นที่ดีมากยิ่งกว่าซะมากกว่า
เกมรับถูๆไถๆไม่เสีย 3 ประตูนอกรังเป็นนัดหมายที่ 5 ติดต่อกัน แม้แต่ลงลึกมองสถิติแล้วน่ากังวลอยู่ดี
ไม่เชื่อก็จำเป็นต้องมั่นใจว่าทั้ง กอสซิแอลนี่, กาเบรียล แล้วก็ โฮลดิ้ง ต่างเข้าแท็กเกิลรวมกันเป็น "0" ตลอดตอน 60 นาทีแรกของเกมนอกจากได้ฉลองชัยกลับไปอยู่บ้านยังมีอีกประเด็นให้น่าปลื้มสำหรับชาวกูนเนอร์สจาก "ภาษากาย" ของ อเล็กซิส ซานเชซ
ตลอดฤดูที่พ้นมา สตาร์ทีมชาติชิลีแสดงท่าทางไม่สบอารมณ์ในสถานการณ์ทีมอยู่เป็นประจำ ท่ามกลางข่าวลือโยงใยจัดเตรียมหาทางล่ำลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในตอนซัมเมอร์
อย่างไรก็แล้วแต่ ท่วงท่าชอบใจหลังปั่้นฟรีคิกตุงตาข่ายได้แสดงว่า อเล็กซิส ยังพอมีใจ พกอารมณ์ร่วมกับต้นสังกัด จากการเข้าโอบกอดแตะต้องมือกับบรรดาทีมเมต
มิเท่านั้นยังยิ้มแป้นแล้นหลังจบแมตช์ พร้อมเข้าไปฉลองกับกรุ๊ปแฟนบอลทีมเยี่ยมอีกต่างหากภาษากายในครั้งนี่้้อาจไม่พอชักพาให้แฟนๆอุ่นใจเรื่องย้ายทีมได้ แต่ว่าสำหรับ เวนเกอร์ อย่างไรก็น่าปลื้มที่ผู้ร่วมทีมคนเก่่งทุ่มเทคาดคั้นฟอร์มเพื่อทีมอยู่

Writen by admin